การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภท ต่างกันยังไง
การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีหลายประเภท ซึ่งต่างกันทั้งในเรื่องของความเร็วในการชาร์จ อุปกรณ์ที่ใช้ และแรงดันไฟฟ้า โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้:
1. ชาร์จแบบ AC (Alternating Current) หรือ "ชาร์จธรรมดา"
- ชื่อเรียกอื่น: Mode 2 / Mode 3 / Level 1 / Level 2 (ขึ้นอยู่กับมาตรฐาน)
- จุดชาร์จที่ใช้: ปลั๊กบ้าน (Mode 2) หรือ Wallbox (Mode 3)
- ระยะเวลาในการชาร์จ: ประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่)
- กำลังไฟ: 2.3 – 22 kW
- หัวชาร์จที่ใช้บ่อย
- Type 1 (นิยมในญี่ปุ่นและอเมริกา)
- Type 2 (นิยมในยุโรปและไทย)
ข้อดี:
- ติดตั้งง่าย ใช้ไฟบ้านได้
- เหมาะกับการชาร์จข้ามคืนที่บ้าน
ข้อเสีย:
- ชาร์จช้า ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลหรือต้องการชาร์จเร่งด่วน
2. ชาร์จแบบ DC (Direct Current) หรือ "ชาร์จเร็ว"
- ชื่อเรียกอื่น: Mode 4 / DC Fast Charging
- จุดชาร์จที่ใช้: สถานีชาร์จรถ EV สาธารณะ
- ระยะเวลาในการชาร์จ: ประมาณ 20-60 นาที (จาก 20% ถึง 80%)
- กำลังไฟ: ตั้งแต่ 50 kW ถึง 350 kW
- หัวชาร์จที่ใช้บ่อย:
- CCS (Combined Charging System) – ยุโรป/อเมริกา
- CHAdeMO – ญี่ปุ่น (Nissan Leaf ใช้บ่อย)
- GB/T – จีน
ข้อดี:
- ชาร์จไวมาก เหมาะกับการเดินทางไกล
- มีในสถานีบริการทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อเสีย:
- ต้นทุนสถานีสูง
- อาจทำให้แบตเตอรี่ร้อนและเสื่อมเร็วกว่าชาร์จแบบ AC ถ้าใช้บ่อย
3. Ultra-fast DC Charging (หรือ Supercharger สำหรับ Tesla)
- กำลังไฟ: สูงถึง 350 kW
- เวลา: ชาร์จได้ประมาณ 80% ภายใน 15-30 นาที (ขึ้นอยู่กับรถที่รองรับ)
เหมาะสำหรับ: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่รองรับการชาร์จแรงสูง เช่น Porsche Taycan, Tesla Model 3/Y เป็นต้น
สรุปง่าย ๆ:
| ประเภทการชาร์จ |
เวลาในการชาร์จ |
เหมาะสำหรับ |
กำลังไฟ (ประมาณ) |
| AC (ชาร์จช้า) |
6-12 ชม. |
ชาร์จที่บ้าน |
2.3 – 22 kW |
| DC (ชาร์จเร็ว) |
20-60 นาที |
เดินทางไกล |
50 – 150+ kW |
| Ultra-fast |
15-30 นาที |
รถรุ่นใหม่ |
150-350 kW |
CR : https://www.eveasythailand.com/