วันนี้ (4 ธ.ค. 68) เวลา 19.00 น. ณ ลานวัฒนธรรม สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง (ทุ่งแจ้ง) อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานเปิดงานฉลองรัฐธรรมนูญและงานกาชาดจังหวัดตรัง ประจำปี 2568 ตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณีจังหวัดตรัง (Cultural and Traditional Tourism) กิจกรรมส่งเสริมสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ปลัดจังหวัดตรัง นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชน เข้าร่วม
โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณีจังหวัดตรัง (Cultural and Traditional Tourism) กิจกรรมส่งเสริมสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ร่วมกันอนุรักษ์สืบทอดเห็นคุณค่าศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคภูมิใจในความเป็นไทยและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่จังหวัดตรัง โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 4 ถึง 15 ธันวาคม 2568 ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านบนเวทีกลาง กิจกรรมการเดินแบบผ้าไทย ผ้าถิ่น กิจกรรม "อาหารพื้นถิ่น ของกินพื้นบ้าน" กิจกรรมการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ กิจกรรมการประกวดวงดนตรีเยาวชน กิจกรรมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องที่ ท้องถิ่นไทย กิจกรรมการประกวดตำส้มตำลีลา กิจกรรมการประกวดเทพีพะยูน เป็นต้น
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า จังหวัดตรัง เป็นเมืองสำคัญในภาคใต้ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นหลากหลายมีต้นทุนและศักยภาพทางเศรษฐกิจสังคม มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ประกอบกับงานฉลองรัฐธรรมนูญและงานกาชาดจังหวัดตรัง ในปีนี้เป็นครั้งที่ 91 ซึ่งเป็นงานประจำปีที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองตรัง มีความเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะไม่เหมือนใคร มีการเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน โดยในงานจะมีกิจกรรมเชิงวิชาการผ่านนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ กิจกรรมส่งเสริมประเพณีศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมรื่นเริง การออกร้านนาวากาชาด การสาธิตและจำหน่ายสินค้าของดีบ้านฉันของแต่ละอำเภอ กิจกรรมการประกวดต่างๆที่จัดขึ้นในงานนี้ กิจกรรมส่งเสริมสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย นำ Soft Power ในด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น