มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ภายใต้โครงการขยายผลธนาคารปูม้าตรัง กระบี่ โครงการปลาในกระชัง โครงการหอยนางรม และโครงการคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ปูม้า ประจำปีงบประมาณ 2568 ร่วมจัดงาน ประมงแฟร์ วันกินปูม้าตรัง ครั้งที่ 6 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26-27 ธันวาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม หาดราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.
ในวันนี้ (26 ธ.ค. 68) ที่ลานกิจกรรม @ หาดราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดงาน “ประมงแฟร์ (วันกินปูม้าตรัง ครั้งที่ 6)” ประจำปี 2568 โดยมี นายอำเภอ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง พร้อมคณะผู้บริหารบุคลากร นักศึกษา ชุมชนชายฝั่ง เครือข่าย ตรัง กระบี และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน
กิจกรรมในวันนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามโครงการวิจัย “ขยายผลธนาคารปูม้าสู่การฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งและยกระดับผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มสัตว์ทะเลเศรษฐกิจและกิจกรรมเกี่ยวเนื่องตามแนวทางเศรษฐกิจสีน้ำเงินในจังหวัดตรังและกระบี่”ที่ได้รับเงินทุนอุดหนุนจากสำนักงานการวิจัย แห่งชาติ (วช.) ให้ดำเนินกิจกรรม เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน โดยการจัดนิทรรศการธนาคารปูม้า ประกอบด้วย ผู้แทนศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย นอกจากนั้น การดำเนินกิจกรรมในวันนี้มีการมอบโล่เกียรติคุณ และมอบเกียรติบัตรด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและการเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจให้แก่ ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าและธนาคารปูม้าดีเด่น กลุ่มเลี้ยงหอยนางรม กลุ่มการเลี้ยงปลากะพงขาว และแพปูม้า โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ฯ ประมาณ 150 คน จากชุมชนชายฝั่ง จังหวัดตรังและกระบี่ จำนวน 80 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดตรัง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอสิเกา อำเภอกันตัง อำเภอหาดสาราญ อำเภอปะเหลียน และในพื้นที่จังหวัดกระบี่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง อำเภอเมืองกระบี่ และอำเภออ่าวลึก ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานทางด้านประมงเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เสริมสร้างจิตสำนึกและตระหนักถึงความสำคัญในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งจังหวัดตรังและกระบี่ให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป