วันนี้ (10 ก.พ.69) ที่ลานหน้าห้างรินสัน ไลฟ์สไตล์ ตรัง นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดงาน "OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน" ชูแนวคิดมรดกภูมิปัญญาผสานนวัตกรรม หวังยกระดับผู้ประกอบการและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมี นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย รองผู้ว่าจังหวัดกระบี่ ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาชุมชน พัฒนาการจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน เครือข่าย OTOP และประชาชน เข้าร่วมงาน
นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า "โครงการ OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย มุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพ นำสินค้าที่มีการพัฒนาต่อยอดด้วยนวัตกรรมมาจัดจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนโดยตรง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล"
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ จังหวัดตรังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการรวบรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์จากทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ โซนจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า พบกับสินค้า OTOP ระดับ 3-5 ดาว ทั้งผ้าไทย เครื่องแต่งกาย ของใช้ ของตกแต่ง และสมุนไพรที่ไม่ใช่ภูมิภาค OTOP ชวนชิม ลิ้มลองรสชาติอาหารพื้นถิ่นชื่อดังจากทุกภูมิภาคที่ยกขบวนมาเสิร์ฟถึงเมืองตรัง กิจกรรม Workshop เรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์ชุมชนฟรีทุกวัน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาให้กับคนรุ่นใหม่ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการสู่ห้างสรรพสินค้าและตลาดส่งออก
ทางด้าน นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จังหวัดตรังได้ขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญในการดำเนินงาน ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP การพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP การสนับสนุนและส่งเสริมซ่องทางการตลาด เพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนมาโดยตลอด และกรมการพัฒนาชุมชนที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการจัดงาน OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน จังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 10 - 16 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในชุมชนได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการ และการตลาดมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้นต่อไป