วันนี้ (6 เม.ย. 69) ที่หอประชุมจังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะเนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ 6 เมษายน 2569 โดยมี พระราชวรากร เจ้าคณะจังหวัดตรัง เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ศาล ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาด และปวงชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดตรัง เข้าร่วมพิธี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ ที่ได้ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ปกครองปวงชน ชาวไทยให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งพระมหากษัตริย์ไทย ทุกพระองค์ ของพระบรมราชจักรีวงศ์ ได้ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาทสืบต่อกันโดยลำดับ ดังนั้น ในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประชาชนทั้งหลาย ต่างมีความปรีดาปราโมทย์ ที่ สามารถตั้งบ้านเมืองเป็นอิสระสถาพร สืบมาจนถึงตราบเท่าทุกวันนี้ สมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ในพระบรมราชจักรีวงศ์ แต่ละพระองค์ ล้วนทรงพระปรีชาพิเศษ สามารถในพระราชกิจเหมาะแก่กาลสมัย จำเดิมตั้งแต่พระปฐมกษัตริย์ ได้ทรงปลูกฝังความมั่นคง ให้แก่ราชอาณาจักรไทยแล้ว รัชกาลต่อมาก็ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง ด้วยการสร้างสรรค์วัฒนธรรมทุกสาขา ทรงเชิดชูพระบวรพุทธศาสนา และสั่งสมความมั่งคั่งสมบูรณ์แก่ประเทศสืบช่วงกันโดยลำดับ ครั้งถึงสมัยที่ไทยต้องติดต่อกับโลกภายนอก ก็ทรงดำเนินรัฏฐาภิบาลนโยบาย สุขุม คัมภีรภาพรักษาเอกราชของชาติมาได้โดยตลอด พร้อมกับทรงเร่งรัดสร้างความเจริญ เช่น อารยชาติ เป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน ในส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนั้น พระองค์ทรงเป็นเอกอัครอัจฉริยบุรุษโดยแท้ เพราะนอกจากจะทรงสถาปนาความมั่นคงให้แก่ชาติไทยแล้ว ยังได้ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์รวมแห่งความเจริญรุ่งเรืองอันได้แผ่ขยายความสุขสราญออกไปสู่พสกนิกรทั่วราชอาณาจักร ทรงจัดระเบียบการปกครอง ด้วยการชำระพระราชกำหนดกฎหมายให้บริบูรณ์ และชอบด้วยยุติธรรม ทรงอาราธนาคณะสงฆ์ร่วมกันสังคายนาพระไตรปิฎก ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เป็นหลักตราบเท่าปัจจุบันกาลพร้อมกันนั้น ก็ทรงฟื้นฟูวัฒนธรรมของชาติทุกสาขา อาทิ วรรณกรรมและงานศิลปหัตถกรรมอันงดงาม เป็นแบบฉบับแก่ช่างรุ่นต่อมา ด้วยเหตุนี้ เมื่อนักประวัติศาสตร์ ได้ศึกษาถึงพระราชกรณียกิจ อันเป็นคุณประโยชน์อเนกประการแล้วจึงได้เผยแพร่ให้ทั้งฝ่ายราชการ และประชาชนทราบ ซึ่งต่างก็เกิดความเลื่อมใสในพระบรมราชกฤดาภินิหาร เป็นล้นพ้น จึงพร้อมใจกันมีสมานฉันท์ ที่จะถวายพระราชสมัญญา "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" เป็นเครื่องรำลึกถึงพระเดชพระคุณ และเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้เป็นข้าขอบขัณฑสีมาอาณาจักรไทย เพราะเหตุที่ได้บูชาพระมหาบุรุษรัตน์ ผู้ควรบูชาอย่างยิ่งสืบไป เมื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ยิ่งตระหนักชัด ในดวงจิตของพสกนิกรชาวไทยทุกผู้ทุกนามว่าพระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทย ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจเฉกเช่นพระบรมชนกนาถ ทุกประการ ครองแผ่นดินด้วยความเป็นธรรม ทรงนำความเรียบร้อยร่มเย็น มาสู่อาณาประชาราษฎร์ โดยทั่วถึง