<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://trang.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[บทความสรุปคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ประจำเดือนเมษายน 2569]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/504517</link>
<guid isPermaLink="false">507063ffa392c3a1494719a2ff6beb5b</guid>
<pubDate>Tue, 19 May 2026 15:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/20260520f2b366e0476dd168be78a62d75fd35ca085016.png' type='image/png' length='366400' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความสรุปคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ประจำเดือนมีนาคม 2569]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/504515</link>
<guid isPermaLink="false">471f29c33b3c36fad4f5385c1ef7dcb6</guid>
<pubDate>Tue, 19 May 2026 15:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/20260520f63ad147c7dd650a6308a3cd23392c68085202.png' type='image/png' length='406042' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บทความสรุปคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/504514</link>
<guid isPermaLink="false">cb1e0f0e7e307280dc025b882a37518b</guid>
<pubDate>Tue, 19 May 2026 15:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/20260520e6621242d571b05a55693f27403854d3085218.png' type='image/png' length='416570' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มารู้จักกับ ไลเกอร์ และ ไทกอน]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/484643</link>
<guid isPermaLink="false">6396f7ac572c31f09c6ad3d19388d8b1</guid>
<pubDate>Thu, 12 Mar 2026 12:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<section>
<p><span style="font-size:28px;"><span style="color:#800080;">ทำความรู้จัก &ldquo;ไทกอน-ไลเกอร์&rdquo; เจ้าป่าเลือดผสม กับกฎหมายคุ้มครองสัตว์ลูกผสมของไทย คลายข้อสงสัยคุ้มครองหรือไม่</span></span></p>
</section>

<section data-pswp-uid="2" id="content-section">
<p>ทำแตกตื่นกลางดึก หลังชาวบ้านจังหวัดฉะเชิงเทราพบสัตว์ตัวน้อยคล้ายเสือโคร่งหลุดเข้ามาในพื้นที่ จนใครที่ได้พบเห็นต่างก็ต้องวิ่งหนีกันเป็นระยะๆ ระดมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ตำรวจ และชาวบ้านขันอาสาต้องมาช่วยกันต้อนจนในที่สุดก็จับขึ้นรถได้สำเร็จ</p>

<p>แต่น่าทึ่งคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้คุยกับเจ้าของ กลับพบว่าน้องไม่ใช่เสือโคร่งแต่เป็น &ldquo;ไลเกอร์&rdquo; สัตว์ผสมระหว่างสิงโตกับเสือโคร่ง</p>
</section>

<p><a aria-label="กดดูรูปสัตว์ป่าลูกผสม" data-google-interstitial="false" href="https://img.pptvhd36.com/thumbor/2024/05/17/news-83d2b94.jpg" itemprop="contentUrl"><img alt="รู้จัก “ไลเกอร์-ไทกอน” กับกฎหมายคุ้มครองสัตว์ลูกผสมของไทย" data-photo-description="สัตว์ป่าลูกผสม" data-photo-license="ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช" fetchpriority="low" height=" 678" loading="lazy" src="https://img.pptvhd36.com/thumbor/2024/05/17/news-83d2b94.jpg" width=" 960" /></a></p>

<p>ดังนั้นแล้วไลเกอร์คืออะไร มีสัตว์ผสมอะไรอีกบ้างที่ควรรู้จัก และกฎหมายคุ้มครองสัตว์ลูกผสมของไทย มีข้อมูลอะไรที่น่ารู้บ้าง วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวีจะมาไขคำตอบให้ทุกคนกัน!</p>

<h2>ไลเกอร์คืออะไร</h2>

<p>ไลเกอร์ (Liger) เกิดมาจากสิงโตตัวผู้และเสือโคร่งตัวเมีย&nbsp; ไลเกอร์ มีลายมาจากแม่ ได้แผงขนหนา ๆ มาจากพ่อ และมีแนวโน้มจะเติบโตจนมีขนาดใหญ่เกิน โดยไลเกอร์ตัวเดียวอาจมีน้ำหนักได้มากพอ ๆ กับสิงโตและเสือโคร่งรวมกัน&nbsp;&nbsp;สำหรับสถิติโลกของไลเกอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นของไลเกอร์ที่มีชื่อว่า &ldquo;เฮอคิวลีส&rdquo; ซึ่งมีความยาว 3.6 เมตร และหนักถึง 408 กิโลกรัม&nbsp;อย่างไรก็ตามแมวขนาดมหึมานี้ดูน่าอัศจรรย์ แต่ขนาดใหญ่โตของมันก็มาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ และมักจะอายุสั้นด้วย</p>

<h2>ไทกอน เจ้าป่าลูกผสมที่น่ารู้จักอีกตัว</h2>

<p>ไทกอน (Tigon) เกิดมาจากเสือโคร่งตัวผู้และสิงโตตัวเมีย&nbsp;ไทกอน มีลาย และเพศผู้มีแผงขนสั้น ๆ โดยปกติไทกอนมีขนาดพอ ๆ กับพ่อหรือแม่ การผสมลักษณะนี้พบไม่บ่อยเท่าไลเกอร์ ซึ่งอาจเป็นเพราะมันไม่สามารถเจริญได้จนเต็มวัย และโชคร้ายที่ไทกอนมีปัญหาสุขภาพเช่นเดียวกับที่พบในไลเกอร์&nbsp;&nbsp;ไลเกอร์และไทกอน ที่มีในโลกส่วนมากนั้น เกิดขึ้นจากการผสมเทียมคนเราทั้งสิ้น เพราะปกติแล้ว เสือและสิงโต นั้นมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน และยังอยู่อาศัยกันคนละถิ่นคนละภูมิประเทศ</p>

<h2>ยังไม่มีกฎหมายไทยคุ้มครองสัตว์ลูกผสม</h2>

<p>ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ลูกผสมอย่างไลเกอร์และไทกอนโดยเฉพาะ เพราะไม่ได้เป็นทั้งสิงโต และเสือโคร่ง ที่สำคัญยังเกิดขึ้นจากการผสมพันธุ์ของมนุษย์ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ&nbsp;อย่างไรก็ตามอาจได้รับความคุ้มครองทางอ้อมจากกฎหมายอื่น เช่น&nbsp;<strong>พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ</strong><strong>.ศ.2557</strong>&nbsp;ที่คุ้มครองสัตว์จากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมหรือถูกกระทำทุกข์ทรมานได้&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;<strong>พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ</strong><strong>.ศ.2562</strong>&nbsp;ที่ระบุไม่ให้สัตว์ป่านั้นพ้นจากการดูแลของตน และการมีไว้ครอบครองต้องแจ้งเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;โดยระบุ อยู่ในมาตรา 15 ว่าด้วย การห้ามไม่ให้ผู้ใดทิ้งหรือปล่อยเป็นอิสระซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือสัตว์ป่าควบคุม หรือกระทำการใดๆ ให้สัตว์ป่านั้นพ้นการดูแลของตน&nbsp;&nbsp;และมาตรา 19 ว่าด้วย การมีครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุม ให้แจ้งการครอบครองต่อเจ้าหน้าที่</p>

<p>CR :&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.pptvhd36.com/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 56.25%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/xusGCApe?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" src="//if-cdn.com/embed.js" charset="utf-8"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/2026031220f21ea1fa138f43d1fd9cea57416a66130024.jpg' type='image/jpg' length='93506' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โรงกลั่นน้ำมันในไทย]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/484371</link>
<guid isPermaLink="false">f848281a8faa9abe98853ea5c015017c</guid>
<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 14:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<header id="article-header_1-0">
<h1 id="article-heading_1-0"><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันคืออะไร?</font></font></h1>

<p>&nbsp;</p>
</header>

<p id="mntl-sc-block_2-0"><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันเปลี่ยน</font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/c/crude-oil.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">น้ำมันดิบ</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto">ให้เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่จำเป็น เช่น น้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันก๊าด โรงกลั่นน้ำมันตั้งอยู่ใน ส่วน </font></font><a data-component="link" data-ordinal="2" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/d/downstream.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">ปลายน้ำ</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto">ของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ช่วยรักษาระดับพลังงานและมีอิทธิพลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กำลังการกลั่นของโรงกลั่นส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและต้นทุนในตลาด เนื่องจากปริมาณผลผลิตขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมันดิบและความต้องการในปัจจุบัน เนื่องจากอัตรากำไรอาจผันผวนตามราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลง บริษัทต่างๆ จึงมักใช้กลยุทธ์ทางการเงิน เช่น สเปรดแคร็ก เพื่อป้องกันความเสี่ยงและเพิ่มผลกำไรของโรงกลั่นให้สูงสุด</font></font></p>

<h3><font dir="auto"><font dir="auto">ประเด็นสำคัญ</font></font></h3>

<ul>
	<li><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันเปลี่ยนน้ำมันดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันก๊าด โดยผ่านกระบวนการกลั่น</font></font></li>
	<li><font dir="auto"><font dir="auto">การกลั่นเป็นกระบวนการปลายน้ำ ซึ่งตรงข้ามกับการผลิตต้นน้ำของน้ำมันดิบ</font></font></li>
	<li><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่จะหยุดชั่วคราวปีละครั้งเพื่อทำการบำรุงรักษาและซ่อมแซม</font></font></li>
	<li><font dir="auto"><font dir="auto">ส่วนต่างราคา (Crack spread) เป็นการวัดส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์กลั่น ซึ่งบ่งชี้ถึงอัตรากำไรจากการกลั่น</font></font></li>
	<li><font dir="auto"><font dir="auto">ดัชนีความซับซ้อนของเนลสัน (Nelson Complexity Index) ประเมินความสามารถของโรงกลั่นในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหนักเบาและมีมูลค่าสูงกว่า</font></font></li>
</ul>

<h2 id="mntl-sc-block_5-0"><font dir="auto"><font dir="auto">บทบาทและผลกระทบของโรงกลั่นน้ำมัน</font></font></h2>

<p id="mntl-sc-block_6-0"><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันเป็นกุญแจสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งและเชื้อเพลิงอื่นๆ เมื่อแยกส่วนประกอบของน้ำมันดิบแล้ว ก็สามารถขายให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ น้ำมันหล่อลื่นจะถูกขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมทันทีหลังจากการกลั่น แต่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการกลั่นเพิ่มเติม โรงกลั่นขนาดใหญ่มีกำลังการผลิตในการแปรรูปน้ำมันดิบหลายแสนบาร์เรลต่อวัน</font></font></p>

<p id="mntl-sc-block_8-0"><font dir="auto"><font dir="auto">ในอุตสาหกรรม การกลั่นน้ำมันเรียกว่า &quot;ภาคปลายน้ำ&quot; ในขณะที่การผลิตน้ำมันดิบเป็น &quot;ภาคต้นน้ำ&quot; คำว่าปลายน้ำเกี่ยวข้องกับแนวคิดที่ว่าน้ำมันถูกส่งต่อไปยังโรงกลั่นน้ำมันเพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง ขั้นตอนปลายน้ำยังรวมถึงการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้กับธุรกิจอื่น รัฐบาล หรือบุคคลทั่วไปด้วย</font></font></p>

<p id="mntl-sc-block_10-0"><font dir="auto"><font dir="auto">ตามข้อมูลของ</font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/e/energy-information-admin.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">สำนักงานข้อมูลพลังงาน</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> แห่งสหรัฐอเมริกา (EIA) โรงกลั่นในสหรัฐฯ ผลิต</font></font><em><font dir="auto"><font dir="auto">น้ำมันดิบ</font></font></em><font dir="auto"><font dir="auto"> 1 บาร์เรล (42 แกลลอน) ได้ น้ำมันเบนซินสำหรับรถยนต์ </font></font><em><font dir="auto"><font dir="auto">19-20</font></font></em><font dir="auto"><font dir="auto">แกลลอน น้ำมันกลั่น 11-12 แกลลอน (ส่วนใหญ่จำหน่ายเป็นน้ำมันดีเซล) และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน 4 แกลลอน</font></font><font dir="auto"><font dir="auto">นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นๆ อีกกว่าสิบชนิดที่ผลิตในโรงกลั่น โรงกลั่นปิโตรเลียมผลิตของเหลวที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีใช้ในการผลิตสารเคมีและพลาสติกหลากหลายชนิด</font></font></p>

<h2 id="mntl-sc-block_13-0"><font dir="auto"><font dir="auto">ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการ &quot;แตกตัว&quot; ของน้ำมันดิบ&nbsp; </font></font></h2>

<p id="mntl-sc-block_14-0"><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี และต้องการพนักงานจำนวนมาก โรงกลั่นจะหยุดทำงานหรือปิดทำการเป็นเวลาสองสามสัปดาห์ในแต่ละปีเพื่อทำการบำรุงรักษาตามฤดูกาลและงานซ่อมแซมอื่นๆ โรงกลั่นแห่งหนึ่งอาจมีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลหลายร้อยสนาม บริษัทกลั่นน้ำมันที่มีชื่อเสียง ได้แก่</font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/insights/companies-owned-koch-brothers/?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">บริษัท Koch Pipeline Company</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto">และบริษัทอื่นๆ อีกมากมาย</font></font></p>

<p id="mntl-sc-block_16-0"><font dir="auto"><font dir="auto">Crack spread เป็นกลยุทธ์การซื้อขายในตลาด&nbsp; </font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/e/energy-derivative.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">ฟิวเจอร์สพลังงาน</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> &nbsp;เพื่อกำหนด&nbsp; </font></font><a data-component="link" data-ordinal="2" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/m/margin.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">อัตรากำไร</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> จากการกลั่น Crack เป็นตัวชี้วัดหลักอย่างหนึ่งของรายได้ของบริษัทกลั่นน้ำมัน Crack ช่วยให้บริษัทกลั่นสามารถ&nbsp; </font></font><a data-component="link" data-ordinal="3" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/h/hedge.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">ป้องกัน</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> &nbsp;ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ โดยการซื้อฟิวเจอร์สน้ำมันดิบและขายฟิวเจอร์สผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไปพร้อมๆ กัน ผู้ค้าจะพยายามสร้างสถานะเทียมในการกลั่นน้ำมันผ่านสเปรดนี้</font></font></p>

<h3><font dir="auto"><font dir="auto">สำคัญ</font></font></h3>

<p><font dir="auto"><font dir="auto">ดัชนี</font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/n/nelson-index.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">ความซับซ้อนของเนลสัน</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> (NCI) เป็นมาตรวัดระดับความซับซ้อนของโรงกลั่นน้ำมัน โดยโรงกลั่นที่มีความซับซ้อนสูงกว่าจะสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่เบากว่า ผ่านการกลั่นอย่างละเอียดกว่า และมีมูลค่าสูงกว่าจากน้ำมันดิบหนึ่งบาร์เรลได้</font></font></p>

<p>&nbsp;</p>

<p id="mntl-sc-block_19-0"><font dir="auto"><font dir="auto">สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่โรงกลั่นผลิตจากน้ำมันดิบก็อาจส่งผลต่อส่วนต่างราคาได้เช่นกัน ผลิตภัณฑ์เหล่านี้บางส่วนได้แก่ แอสฟัลต์ น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน ดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันก๊าด ในบางกรณี สัดส่วนที่ผลิตจะแตกต่างกันไปตาม&nbsp; </font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/d/demand.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">ความต้องการ</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> &nbsp;ของตลาดในท้องถิ่น&nbsp;</font></font></p>

<p id="mntl-sc-block_21-0"><font dir="auto"><font dir="auto">ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ยังขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมันดิบที่นำมาแปรรูปด้วย น้ำมันดิบหนักจะกลั่นเป็นผลิตภัณฑ์เบา เช่น น้ำมันเบนซิน ได้ยากกว่า โรงกลั่นที่เรียบง่ายอาจประสบปัญหาในการแปรรูปน้ำมันดิบหนักให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ</font></font></p>

<h2 id="mntl-sc-block_23-0"><font dir="auto"><font dir="auto">การสำรวจบริการสำคัญของโรงกลั่น</font></font></h2>

<p id="mntl-sc-block_24-0"><font dir="auto"><font dir="auto">การกลั่นน้ำมันเป็นกระบวนการปลายน้ำโดยแท้จริง แม้ว่าหลายบริษัทที่ดำเนินธุรกิจนี้จะมีส่วนร่วมในกระบวนการกลางน้ำและต้นน้ำด้วยก็ตาม แนวทางการผลิตน้ำมันแบบบูรณาการนี้ทำให้บริษัทต่างๆ เช่น Exxon ( </font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/markets/quote?tvwidgetsymbol=xom&amp;_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">XOM</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> ), Shell ( </font></font><a data-component="link" data-ordinal="2" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/markets/quote?tvwidgetsymbol=rds-a&amp;_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">RDS.A</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> ) และ Chevron ( </font></font><a data-component="link" data-ordinal="3" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/markets/quote?tvwidgetsymbol=cvx&amp;_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">CVX</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> ) สามารถนำน้ำมันจากแหล่งสำรวจไปจนถึงการขายได้ ธุรกิจด้านการกลั่นนั้นได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูง เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลายชนิด รวมถึงก๊าซธรรมชาติ มีความอ่อนไหวต่อราคา อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันลดลง การขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มก็จะมีกำไรมากขึ้น บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการกลั่นอย่างเดียว ได้แก่ Marathon Petroleum Corporation ( </font></font><a data-component="link" data-ordinal="4" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/markets/quote?tvwidgetsymbol=mpc&amp;_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">MPC</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> ), CVR Energy Inc. ( </font></font><a data-component="link" data-ordinal="5" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/markets/quote?tvwidgetsymbol=cvi&amp;_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">CVI</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> ) และ Valero Energy Corp ( </font></font><a data-component="link" data-ordinal="6" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/markets/quote?tvwidgetsymbol=vlo&amp;_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">VLO</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> )</font></font></p>

<p id="mntl-sc-block_26-0"><font dir="auto"><font dir="auto">ประเด็นหนึ่งที่บริษัทผู้ให้บริการและโรงกลั่นเห็นพ้องกันคือ การสร้างท่อส่งน้ำมันและระบบขนส่งเพิ่มเติม โรงกลั่นต้องการท่อส่งน้ำมันมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนการขนส่งน้ำมันทางรถบรรทุกหรือทางรถไฟ ในขณะที่บริษัทผู้ให้บริการต้องการท่อส่งน้ำมันมากขึ้นเพราะพวกเขาได้กำไรจากขั้นตอนการออกแบบและวางท่อ รวมถึงมีรายได้ต่อเนื่องจากการบำรุงรักษาและการทดสอบ</font></font></p>

<h2 id="mntl-sc-block_28-0"><font dir="auto"><font dir="auto">การรับรองความปลอดภัยในโรงกลั่นน้ำมัน&nbsp; </font></font></h2>

<p id="mntl-sc-block_29-0"><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันอาจเป็นสถานที่ทำงานที่อันตรายได้ในบางครั้ง ตัวอย่างเช่น ในปี 2548 เกิดอุบัติเหตุที่โรงกลั่นน้ำมันเท็กซัสซิตีของบริษัท BP ตามรายงานของคณะกรรมการความปลอดภัยทางเคมีแห่งสหรัฐอเมริกา เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งระหว่างการเริ่มเดินเครื่องหน่วยไอโซเมอไรเซชันของไฮโดรคาร์บอนอีกครั้ง ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต 15 คน และบาดเจ็บอีก 180 คน เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อหอแยกสารถูกไฮโดรคาร์บอนท่วมและมีความดันสูงเกินไป ทำให้เกิดการพุ่งออกมาคล้ายน้ำพุจากปล่องระบายอากาศ</font></font></p>

<h2><font dir="auto"><font dir="auto">สหรัฐอเมริกามีโรงกลั่นน้ำมันกี่แห่ง?</font></font></h2>

<p><font dir="auto"><font dir="auto">ณ วันที่ 1 มกราคม 2564 สหรัฐอเมริกามีโรงกลั่นน้ำมันที่ยังเปิดดำเนินการอยู่จำนวน 129 แห่ง</font></font><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นแห่งสุดท้ายที่เริ่มดำเนินการคือโรงกลั่นในรัฐเท็กซัสเมื่อปี 2019</font></font></p>

<h2><font dir="auto"><font dir="auto">ต้องใช้น้ำมันดิบปริมาณเท่าใดจึงจะผลิตน้ำมันเบนซินได้ 1 แกลลอน?</font></font></h2>

<p><font dir="auto"><font dir="auto">น้ำมันดิบ 1 บาร์เรล (42 แกลลอน) สามารถผลิตน้ำมันเบนซินได้ 19 ถึง 20 แกลลอน และน้ำมันดีเซลได้ 11 ถึง 12 แกลลอน</font></font></p>

<h2><font dir="auto"><font dir="auto">รอยแตกนั้นแผ่ขยายออกไปเท่าไหร่?</font></font></h2>

<p><font dir="auto"><font dir="auto">ในการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ &quot;ส่วน ต่างราคาน้ำมันดิบ&quot; ( </font></font><a data-component="link" data-ordinal="1" data-source="inlineLink" data-type="internalLink" href="https://www-investopedia-com.translate.goog/terms/c/crackspread.asp?_x_tr_sl=en&amp;_x_tr_tl=th&amp;_x_tr_hl=th&amp;_x_tr_pto=tc"><font dir="auto"><font dir="auto">crack spread</font></font></a><font dir="auto"><font dir="auto"> ) คือส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบที่ยังไม่ผ่านการกลั่นหนึ่งบาร์เรลกับผลิตภัณฑ์กลั่น (เช่น น้ำมันเบนซิน) ที่ได้จากน้ำมันดิบนั้น นักลงทุนจะพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างราคาน้ำมันดิบนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์กลั่นในตลาด</font></font></p>

<h2 id="mntl-sc-block_37-0"><font dir="auto"><font dir="auto">สรุปแล้ว</font></font></h2>

<p id="mntl-sc-block_38-0"><font dir="auto"><font dir="auto">โรงกลั่นน้ำมันเป็นขั้นตอนที่สองในกระบวนการผลิตน้ำมัน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจปลายน้ำของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ โรงกลั่นจึงเป็นศูนย์กลางในการกลั่นและกระจายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปยังผู้บริโภค กระบวนการกลั่นอาศัยการกลั่นแยกสารไฮโดรคาร์บอนตามจุดเดือดเป็นอย่างมาก ในตลาด ราคาซื้อขายล่วงหน้า (crack spread) เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญในการคาดการณ์แนวโน้มราคาและผลกำไรของโรงกลั่น บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่มักจะบูรณาการการดำเนินงานต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการกระจายสินค้า เนื่องจากความซับซ้อนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โรงกลั่นจึงให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ปกป้องคนงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม</font></font></p>

<p>ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันเชิงพาณิชย์หลักทั้งหมด&nbsp;&nbsp;<mark data-complete="true" data-sae="" data-sfc-cb="" jscontroller="DfH0l" jsuid="rjAbFe_b"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_c">6 แห่ง</strong></mark> โดยมีกำลังการผลิตรวมกันมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนี้:&nbsp;</p>

<p>รายชื่อโรงกลั่นน้ำมันหลักในประเทศไทย</p>

<table data-animation-nesting="" data-sae="">
	<tbody>
		<tr data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="OkanJc" jsuid="rjAbFe_1p">
			<th colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="uuu13" jsuid="rjAbFe_1q">ลำดับ&nbsp;</th>
			<th colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="uuu13" jsuid="rjAbFe_1u">ชื่อโรงกลั่น</th>
			<th colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="uuu13" jsuid="rjAbFe_1v">ผู้ถือหุ้นหลัก / กลุ่มธุรกิจ</th>
			<th colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="uuu13" jsuid="rjAbFe_1w">กำลังการผลิต (บาร์เรล/วัน)</th>
		</tr>
		<tr data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="OkanJc" jsuid="rjAbFe_1x">
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_1y">1</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_1z"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_20"><a data-hveid="CAQQAw" data-sb="/url?sa=i&amp;source=web&amp;rct=j&amp;url=https://www.thaioilgroup.com/about/oil-refinery/&amp;ved=2ahUKEwibkYWAqJeTAxU7s1YBHSsjNdkQy_kOegQIBBAD&amp;opi=89978449&amp;cd&amp;psig=AOvVaw1YfEHhmNV0zh0hZpX-9mYq&amp;ust=1773300155459000" href="https://www.thaioilgroup.com/about/oil-refinery/" jsaction="mouseenter:&amp;rjAbFe_21|WOQqYb;mouseleave:&amp;rjAbFe_21|Tx5Rb" jsuid="rjAbFe_22" rel="noopener" target="_blank">ไทยออยล์ (Thaioil)</a></strong></td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_23">กลุ่ม ปตท.</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_24">~275,000 (ขยายเป็น 400,000 ในปี 2567)</td>
		</tr>
		<tr data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="OkanJc" jsuid="rjAbFe_25">
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_26">2</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_27"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_28"><a data-hveid="CAQQBQ" data-sb="/url?sa=i&amp;source=web&amp;rct=j&amp;url=https://www.bangchak.co.th/th/greenovation-group/refinery-business&amp;ved=2ahUKEwibkYWAqJeTAxU7s1YBHSsjNdkQy_kOegQIBBAF&amp;opi=89978449&amp;cd&amp;psig=AOvVaw1YfEHhmNV0zh0hZpX-9mYq&amp;ust=1773300155459000" href="https://www.bangchak.co.th/th/greenovation-group/refinery-business" jsaction="mouseenter:&amp;rjAbFe_29|WOQqYb;mouseleave:&amp;rjAbFe_29|Tx5Rb" jsuid="rjAbFe_2a" rel="noopener" target="_blank">บางจาก พระโขนง (Bangchak)</a></strong></td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2b">บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2c">~120,000</td>
		</tr>
		<tr data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="OkanJc" jsuid="rjAbFe_2d">
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2e">3</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2f"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_2g"><a data-hveid="CAQQBw" data-sb="/url?sa=i&amp;source=web&amp;rct=j&amp;url=https://www.bangchak.co.th/&amp;ved=2ahUKEwibkYWAqJeTAxU7s1YBHSsjNdkQy_kOegQIBBAH&amp;opi=89978449&amp;cd&amp;psig=AOvVaw1YfEHhmNV0zh0hZpX-9mYq&amp;ust=1773300155459000" href="https://www.bangchak.co.th/" jsaction="mouseenter:&amp;rjAbFe_2h|WOQqYb;mouseleave:&amp;rjAbFe_2h|Tx5Rb" jsuid="rjAbFe_2i" rel="noopener" target="_blank">บางจาก ศรีราชา (BSRC)</a></strong></td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2j">บมจ. บางจากฯ (เดิมคือ Esso)</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2k">~174,000</td>
		</tr>
		<tr data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="OkanJc" jsuid="rjAbFe_2l">
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2m">4</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2n"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_2o">จีซี (GC - PTT Global Chemical)</strong></td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2q">กลุ่ม ปตท.</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2r">~145,000</td>
		</tr>
		<tr data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="OkanJc" jsuid="rjAbFe_2s">
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2t">5</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2u"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_2v"><a data-hveid="CAQQCg" data-sb="/url?sa=i&amp;source=web&amp;rct=j&amp;url=https://www.sprc.co.th/&amp;ved=2ahUKEwibkYWAqJeTAxU7s1YBHSsjNdkQy_kOegQIBBAK&amp;opi=89978449&amp;cd&amp;psig=AOvVaw1YfEHhmNV0zh0hZpX-9mYq&amp;ust=1773300155459000" href="https://www.sprc.co.th/" jsaction="mouseenter:&amp;rjAbFe_2w|WOQqYb;mouseleave:&amp;rjAbFe_2w|Tx5Rb" jsuid="rjAbFe_2x" rel="noopener" target="_blank">ไออาร์พีซี (IRPC)</a></strong></td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2y">กลุ่ม ปตท.</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_2z">~215,000</td>
		</tr>
		<tr data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="OkanJc" jsuid="rjAbFe_30">
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_31">6</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_32"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_33">สตาร์ ปิโตรเลียม (SPRC)</strong></td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_35">เชฟรอน (Chevron)</td>
			<td colspan="undefined" data-complete="true" data-sfc-cb="" data-sfc-cp="" jscontroller="QYassd" jsuid="rjAbFe_36">~175,000</td>
		</tr>
	</tbody>
</table>

<p>ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม</p>

<ul data-complete="true" data-processed="true" data-sfc-cb="" jscontroller="mPWODf" jsuid="rjAbFe_3j">
	<li data-complete="true" data-hveid="CAYQAA" data-sae="" data-sfc-cb="" jscontroller="vsuOFb" jsuid="rjAbFe_3k"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_3m">กลุ่ม ปตท. (PTT Group)</strong>: เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่หรือมีส่วนร่วมในโรงกลั่นส่วนใหญ่ของประเทศ (ไทยออยล์, GC, IRPC) ซึ่งครองส่วนแบ่งการผลิตมากกว่า 70% ของประเทศ</li>
	<li data-complete="true" data-hveid="CAYQAQ" data-sae="" data-sfc-cb="" jscontroller="vsuOFb" jsuid="rjAbFe_3n"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_3p">การควบรวมกิจการ</strong>: ในปี 2566 <a data-hveid="CAYQAg" data-sb="/url?sa=i&amp;source=web&amp;rct=j&amp;url=https://thestandard.co/podcast/morning-wealth-13-01-23/&amp;ved=2ahUKEwibkYWAqJeTAxU7s1YBHSsjNdkQy_kOegQIBhAC&amp;opi=89978449&amp;cd&amp;psig=AOvVaw1YfEHhmNV0zh0hZpX-9mYq&amp;ust=1773300155459000" href="https://thestandard.co/podcast/morning-wealth-13-01-23/" jsaction="mouseenter:&amp;rjAbFe_3q|WOQqYb;mouseleave:&amp;rjAbFe_3q|Tx5Rb" jsuid="rjAbFe_3r" rel="noopener" target="_blank">บางจากได้เข้าซื้อกิจการของ Esso (ประเทศไทย)</a> ทำให้ปัจจุบันมีโรงกลั่นในเครือ 2 แห่ง และกลายเป็นกลุ่มโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในไทยในแง่ของจำนวนโรงกลั่น</li>
	<li data-complete="true" data-hveid="CAYQAw" data-sae="" data-sfc-cb="" jscontroller="vsuOFb" jsuid="rjAbFe_3s"><strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_3u">มาตรฐานคุณภาพ</strong>: ปัจจุบันโรงกลั่นหลักทั้ง 6 แห่งได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อรองรับมาตรฐาน <strong data-complete="true" data-sfc-cb="" jscontroller="zYmgkd" jsuid="rjAbFe_3v">Euro 5</strong> เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5&nbsp;</li>
</ul>

<p>CR :&nbsp;<a href="https://www-investopedia-com">https://www-investopedia-com</a>,&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.google.com">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 140px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/vNVxe2?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/20260311cf6064c4c7c33e29f2796c8f04964bb8142157.jpg' type='image/jpg' length='306537' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วันตรุษจีน]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/476609</link>
<guid isPermaLink="false">19973f75d6dae192eb083881c4fd249b</guid>
<pubDate>Mon, 16 Feb 2026 10:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันตรุษจีน ประวัติ และความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน</p>

<p>1. &quot;วันจ่าย&quot; วันก่อนวันสิ้นปี ก่อนถึงตรุษจีน เป็นวันที่คนในครอบครัวออกไปจับจ่ายซื้อของ อาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ สำหรับไหว้บรรพบุรุษ และเฉลิมฉลองปี วันจ่ายตรุษจีน ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569</p>

<p>2. &quot;วันไหว้&quot; เป็นวันไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้าต่างๆ ตอนเช้ามืด จะเริ่มพิธีการไหว้ ป้ายเล่าเอี๊ย โดยเป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ มีเครื่องประกอบการไหว้ คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง ได้แก่ หมู เป็ด และไก่ ตอนสาย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายแป๋บ้อ เป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ตอนบ่าย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายฮ่อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว วันไหว้ตรุษจีน ประจำปี 2569 ตรงกับวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569</p>

<p>3. &quot;วันเที่ยว&quot; ซึ่งก็คือวันตรุษจีน เป็นวันที่คนในครอบครัวไปเยี่ยมญาติ ไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ และเฉลิมฉลองปีใหม่ และแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม สีสันสดใส โดยในปีนี้ วันเที่ยว หรือ วันตรุษจีน ตรงกับวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569</p>

<p>ในช่วง &quot;วันตรุษจีน&quot; จะมีการทำความสะอาดบ้านเรือนผ่านปีใหม่อย่างสะอาดสดใส ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ต่างเต็มไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก่เด็กๆ ซื้อของขวัญให้แก่ญาติสนิทมิตรสหาย ซื้อบัตรอวยพรในโอกาสมงคล ในตลาดคราคล่ำไปด้วยผู้คน ที่มาซื้อปลา เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ ฯลฯ ทุกคนต่างดูแจ่มใสมีความสุข เด็กๆ สวมเสื้อใหม่ ทานลูกกวาด ขนมหวาน เล่นพลุประทัด อย่างรื่นเริง</p>

<p><img alt="♦️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/2666.png" width="16" />ประวัติวันตรุษจีน</p>

<p>วันตรุษจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน ชาวจีนทุกคนให้ความสำคัญกับวันนี้อย่างมาก มีการหยุดงานเป็นเวลายาว โรงเรียนสถาบันการศึกษาปิดเทอม (ปิดเรียนฤดูหนาว)ในช่วงนี้ เหลือเพียงแต่บางอาชีพที่ต้องทำหน้าที่พิเศษ ที่ไม่สามารถหยุดงานได้ ในวันตรุษจีนหน่วยงานห้างร้านต่างจะหยุดงานเป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อตระเตรียมจัดงานปีใหม่นี้</p>

<p>วันตรุษจีน นั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ร่องรอยของประเพณี พิธีกรรมความเป็นมาของการฉลองตรุษจีนนั้น มีมานานกว่าศตวรรษ (100 ปี) จริงๆแล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร</p>

<p>วันตรุษจีน นั้นเป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน (คล้ายกับวัน คริสต์มาสของประเทศตะวันตก) เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, สิ่งต่างๆ เพื่อประดับบ้านเรือน, อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่าง หน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้าย ออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณทาสีใหม่ซึ่งสีแดงเป็นสีนิยม ประตูหน้าต่างจะถูกประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืน เป็นต้น</p>

<p><img alt="♦️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/2666.png" width="16" />ที่มาของวันตรุษจีน เกิดจากการจัดขึ้น เพื่อตั้งใจที่จะฉลองฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนนั้น ประเทศจีนปกคลุมไปด้วยหิมะ จึงไม่สามารถทำการเกษตรได้ เมื่อเข้าถึงฤดูใบไม้ผลิ จึงจะสามารถเพาะปลูกพืชผักได้ตามปกติ ชาวจีนจึงกำหนดให้วันแรกของฤดูใบไม้ผลิตในแต่ละปีเป็นวันสำคัญที่เรียกว่า &quot;วันตรุษจีน&quot;</p>

<p><img alt="♦️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/2666.png" width="16" />ว่ากันว่า 1 คืนก่อนวันปีใหม่จีน คือวันสุดท้ายของปีนั่นเอง เป็นคืนที่ครึกครื้นที่สุด ใครที่ไปทำงานห่างจากบ้านเกิด ต่างก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลับมาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ช่วงมื้อค่ำคืนก่อนขึ้นปีใหม่จีน ทุกคนในครอบครัวจะนั่งกันพร้อมหน้าล้อมโต๊ะอาหารชนแก้วอวยพรปีใหม่กัน ในช่วงเวลานี้ทุกบ้านจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พอถึงเที่ยงคืน คนจีนทางเหนือก็จะเริ่มทำเกี๊ยว (เจี้ยวจึ) คนจีนทางใต้ก็จะปั้นลูกอี๋ทำน้ำเชื่อม ทำไปชิมไป ทานไปครึกครื้นอย่างยิ่ง เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนจะตื่นแต่เช้าไปเยี่ยมเพื่อนบ้านเพื่อนฝูงเพื่ออวยพรปีใหม่</p>

<p><img alt="♦️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/2666.png" width="16" />ประเพณีและกิจกรรมของวันตรุษจีน</p>

<p>- การไหว้บรรพบุรุษ เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ชาวจีนจะจัดเตรียมอาหารและเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ</p>

<p>- การแจกซองแดง เป็นการมอบเงินขวัญถุงให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นสิริมงคล เด็กๆ ที่ได้รับซองแดงจะต้องกล่าวคำขอบคุณผู้ใหญ่ที่มอบซองแดงให้</p>

<p>- การกินอาหารมงคล ชาวจีนเชื่อว่าการกินอาหารมงคลจะช่วยให้มีโชคดีตลอดทั้งปี อาหารมงคลที่มักรับประทานในวันตรุษจีน ได้แก่ ปลา หมี่ซั่ว ขนมเข่ง เกี๊ยว เป็นต้น</p>

<p>- การประดับบ้านเรือนด้วยสีแดง สีแดงเป็นสีมงคลของชาวจีน ชาวจีนจึงนิยมประดับบ้านเรือนด้วยสีแดงในวันตรุษจีน</p>

<p>- การเยี่ยมญาติมิตร ชาวจีนจะใช้เวลาในวันตรุษจีนไปเยี่ยมญาติมิตร เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยกัน</p>

<p><img alt="♦️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/2666.png" width="16" />อาหารและขนมมงคลของวันตรุษจีน</p>

<p>- ในวันฉลองตรุษจีน อาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันอื่นๆในปี อาหารชนิดต่างๆที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณี จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้ว ในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่เรียกว่า ไช่ ถึงแม้ผักชนิดต่างๆที่นำมาปรุง จะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้นใยหลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆมีความหมายที่เป็น มงคลในตัวของมัน</p>

<p>เม็ดบัว - มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย</p>

<p>เกาลัด - มีความหมายถึง เงิน</p>

<p>สาหร่ายดำ - คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย</p>

<p>เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง - คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข</p>

<p>หน่อไม้ - คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์</p>

<p>ปลาทั้งตัว - เป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกันและความอุดม-สมบรูณ์</p>

<p>ไก่ - สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์</p>

<p>เส้นหมี่ - ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว</p>

<p>* ในทางตอนใต้ของจีน อาหารที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ส่วนทางเหนือได้แก่ หมั่นโถและติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยม</p>

<p>* อาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน</p>

<p><img alt="♦️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/2666.png" width="16" />ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน</p>

<p>ในวันตรุษจีนทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่</p>

<p><img alt="♦️" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/2666.png" width="16" />การแต่งกายและความสะอาด</p>

<p>ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผม เพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออกไป เสื้อผ้าสีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี เด็ก ๆ และคนโสด เพื่อรวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี</p>

<p>CR : <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZZxSJWJhnzLtij7xaF3FWrpANMGFaOkBwlR6ll_xnzxEAq8O7E33JR5Nkby1BhL75Zbu6igFCOyYgQxSq1IWCwm1gkopycAUQe-NpH7BgIU_B4aRlgtZqIU1-6WcM5jDJ1jW0OW8lC3tHroODweeVWM8JHt7DBSzF8yNTulgk63_uHio_Boi4fzm26SqGLdHP0vp4IQWX-uqAzX-KPs2yp3qMS2FR0BTTbE9t3P6SD3ntUOnxP1-lgNygNGxDFbEZi5SUTD31dN87q4kyysulz0g3IfQ4O7pXbTsnnb-FXJbzZ1cf48KgqoGle2BHik5HdlN7hYFp0EJZTLbG07H4p3u-VdVAp8CqEXxTUR-muD1-erSR5ejXWInrT2pCSp5N7uIdT24xzkFnxHwF79ZmZ1TT2_HbCQUu2svbBKZq4K-sFah04F4eBxWIz7z-ibFXk9wjEkyxyQuCT-n1DBBLeyXDCRzZlPBGpchM7f9vAGXRA2VVR5q_HAmSPREuauDdwut9Jh3yUGoh6FiiuSSEFu9jlEsU4dFE7r9-1tz-YXaO4XVZqm_9ZAWBmyoIiRH088XhHfJBqiuxyRyRvz4kaaUblpXtXw92r7p9kN5PZIIDFan9P36hFvMaVctUijn6KcDv92QAdqpqkInsxfWmv1V33USWhVzY4CSCjUDVJSAJoynUlegerDL86bKyNs7DQlIrOV_rAHkTWd2Xdrv9BsL5C_Mro6063w5mfkCDr0II5o6jdAUypjsLweaTZmkphXqn8Q0_IsBCjSYsM_MCK7jFmOhble69IOc_0hVyGH8PAlRj6yy99Ie4BQgH4fB0PWfjllGVJ_pvn3qaE2OGsb_APaYPWRrFVOGPXECUkf27WHP9fhGfiGP7wDvU70keNnBTHJp4uNx97poABh4fmDIbAwHS9VBdQOORFyXTWDoBIctSUSb0UHn-5-nmlE450GYNa_11KfYC_Qf5JoqDZmV1IVd_PQkvf2rgPqKb_5ivip9Jf3j9rzOg0cS-ignvxVe90OL4tMC0Cv_a2iHVA5kdBotxEUL_MqBPXn2isz5GcJqgbrnR2XBTYEqOQ9ELdlgYC-JIjan3s7wjJdVg3I5AjEZNkPbhv1ceSuUtfzAwWbkIBg3uAVSx9IG00GvN1px69VAQumW1Sf4RrKiRs0jjxBgnb4DuWwiXWk1u2M8P7CnFjPXhTlP1bsEJQCNtXMHOKWUFqZcp0veq4Woyp5dnZkOKuSyf_QYaxEgKP4UtIx7T7tzRHqsI60Zdx2z3rUgdWyfR83Ke6NufAXORvys7jvAkmYrywh4v8hUwOjAw8jM2LZ0zxT6y3tUXnC9vZq0CO7cZ_Iv3Btq_g1bh9Cdx1mOQbayJqVd5sh70RtXA" href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fsanook.com%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyQ0xhVVY4V2RaYU1DZ3Q1SXNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR63ZZcgLTTu4Iy17zyoH_4YcLBBfSWkqHt1Gpet2Q-k4fvt2DiAoChUsYEwSQ_aem_qW5lAghoBXXYobcXVUX7OA&amp;h=AT3_jiA8Owzr9EdUfIqxrBWbkdprYuQRL9exerfIOOHDGqQc9Q-YaT_q2dbuirv1IzVK3mI9Z2U2nKZ92nnlqjVRSc3y8EXaR2EIuWJoi36gSLkvE4J-VrTw8Uvoy4EV9m24qxXpv4DUvAKw&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT0zK1V-645YwL-NEzYVdLPgtCC4KSv7wC1GPaYz-qbAXyAW6TT7uNbP_cKoFCTVezO5FRk4beNfTTww63jBPLZ2EDz_UFszyCWqneHBUYgYQt2bXTHI0g7HHVN7R2RIoBQoW8qOivC7ZUpy4svGwl5KiCkJwxzk1txlpDsthvNsUMMuMaqfMaLUhCiLl6ETK1MIp4JWwdiGVl93IPX4UBo73A" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">sanook.com</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/202602167c8bef95db069f4d273d46a3113db13c101826.jpg' type='image/jpg' length='82996' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โทษของการขัดขวางการเลือกตั้ง]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/469292</link>
<guid isPermaLink="false">8d153d873f9abee551ffa0f7e9f7e414</guid>
<pubDate>Mon, 26 Jan 2026 09:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/20260126445c22cd9fddf106ffa22c36d169f4c6093937.png' type='image/png' length='199574' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รถยนต์ไฮบริด]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/467023</link>
<guid isPermaLink="false">d7378e13f0aff30ed25ee1a24e9aac84</guid>
<pubDate>Mon, 19 Jan 2026 11:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h1 plerdy-tracking-id="68965128301"><span style="font-size:36px;"><span style="color:#800080;">รถไฮบริดคืออะไร? ตัวเลือกยั่งยืน เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ควรรู้ก่อนซื้อ</span></span></h1>

<ul>
	<li plerdy-tracking-id="45263754601">
	<p>รถไฮบริดคือรถที่ใช้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์น้ำมันร่วมกัน ระบบจะเลือกใช้พลังงานอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="84428131501">
	<p><span style="color:#4b0082;"></span>รถไฮบริดมีระบบที่สลับหรือผสานการทำงานของมอเตอร์และเครื่องยนต์ตามสภาพการขับขี่ พร้อมชาร์จไฟกลับจากการเบรก</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="45970958901">
	<p>รถยนต์ไฮบริดมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษทางอากาศ และช่วยประหยัดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="44112240401">
	<p>รถยนต์ไฮบริดประหยัดน้ำมันกว่ารถทั่วไป และใช้งานสะดวกกว่ารถไฟฟ้าที่ต้องพึ่งการชาร์จ เหมาะกับคนที่เดินทางหลากหลายรูปแบบ</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="35585264601">
	<p>แม้ราคารถไฮบริดและค่าซ่อมเริ่มต้นจะสูงกว่า แต่สามารถประหยัดน้ำมันในระยะยาว ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมตลอดอายุการใช้งานได้ดี</p>
	</li>
</ul>

<p>รถไฮบริดคือนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในยุคที่โลกให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและการลดมลพิษทางอากาศ แม้จะไม่ใช่ <strong>&ldquo;รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ&rdquo;</strong> แต่รถไฮบริดก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในกับมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ลดการใช้น้ำมัน และยังรักษาสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>

<p>บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า <strong>&ldquo;รถไฮบริดคืออะไร?&rdquo;</strong> เจาะลึกการทำงานของระบบไฮบริด พร้อมเปรียบเทียบรถไฮบริดกับรถยนต์ธรรมดา รถไฮบริดประหยัดจริงไหม? รวมถึงข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อรถไฮบริดดีไหม? และรวมทางเลือกในการใช้รถให้คุ้มค่ามากที่สุด</p>

<h2 plerdy-tracking-id="76062633001"><span style="color:#800080;">ไขข้อสงสัย รถไฮบริด คืออะไร?</span></h2>

<p>รถไฮบริด (Hybrid Car) คือรถยนต์ที่รวมเอาข้อดีของทั้งเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง และมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกันในคันเดียว ระบบนี้ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม</p>

<p>หลักการทำงานของรถไฮบริดจะสลับหรือผสมผสานการทำงานของทั้งสองระบบตามสภาพการขับขี่ เช่น ในช่วงที่รถวิ่งด้วยความเร็วต่ำหรือติดไฟแดง ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าอาจทำงานเพียงอย่างเดียว ขณะที่เมื่อขับด้วยความเร็วสูงหรือเร่งเครื่อง ระบบเครื่องยนต์น้ำมันจะเข้ามาช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อน ซึ่งทำให้รถไฮบริดประหยัดน้ำมันกว่ารถทั่วไป</p>

<p>รถไฮบริดคือจุดกึ่งกลางระหว่างรถยนต์น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและมลภาวะ แต่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ</p>

<h2 plerdy-tracking-id="81639104701"><span style="color:#800080;">หลักการทำงานของรถไฮบริด</span></h2>

<p>หัวใจสำคัญของรถไฮบริดอยู่ที่การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์น้ำมันและมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งระบบจะคำนวณและเลือกใช้พลังงานอย่างเหมาะสมตามลักษณะการขับขี่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้านสมรรถนะและการประหยัดพลังงาน โดยแต่ละช่วงการทำงานของรถจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นลำดับขั้นตอนหลักๆ ดังนี้</p>

<h3 plerdy-tracking-id="64358266901"><span style="color:#800080;">ระบบขับเคลื่อนสองแหล่งพลังงาน</span></h3>

<p>รถยนต์ไฮบริดใช้แหล่งพลังงานระบบขับเคลื่อนที่ผสานการทำงานของสองแหล่งพลังงานหลัก ได้แก่ เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบจะเลือกใช้พลังงานจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งหรือทั้งสองพร้อมกันอย่างอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่ เช่น</p>

<ul>
	<li plerdy-tracking-id="75245727201">
	<p><strong>ความเร็วต่ำหรือสตาร์ตรถ</strong> ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="17508151401">
	<p><strong>เร่งเครื่องหรือขึ้นทางชัน </strong>ใช้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ร่วมกัน</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="88475141901">
	<p><strong>ความเร็วสูงคงที่</strong> ใช้เครื่องยนต์น้ำมันเป็นหลัก</p>
	</li>
</ul>

<h3 plerdy-tracking-id="10769029301">การชาร์จพลังงานกลับคืน (Regenerative Braking)</h3>

<p>หนึ่งในจุดเด่นของรถไฮบริดคือระบบ Regenerative Braking หรือระบบชาร์จพลังงานกลับคืน ซึ่งทำงานขณะผู้ขับชะลอความเร็วหรือเหยียบเบรก โดยพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นจากการหมุนของล้อจะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และส่งกลับไปเก็บในแบตเตอรี่สำหรับใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้าในภายหลัง ระบบนี้ช่วยลดการสูญเสียพลังงานจากการเบรกแบบเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงานโดยรวม</p>

<h3 plerdy-tracking-id="27175573501"><span style="color:#800080;">โหมดขับขี่ที่หลากหลาย</span></h3>

<p>รถไฮบริดประหยัดจริงไหม? รถไฮบริดหลายรุ่นมาพร้อมโหมดขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการของผู้ขับ เช่น</p>

<ul>
	<li plerdy-tracking-id="96395183201">
	<p><strong>EV Mode</strong>&nbsp; ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าล้วน เหมาะกับการขับระยะสั้น ความเร็วต่ำ</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="90654039701">
	<p><strong>Eco Mode</strong>&nbsp; ลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="82770465501">
	<p><strong>Power Mode</strong>&nbsp; เพิ่มแรงขับจากทั้งสองระบบ เพื่อสมรรถนะสูงสุด</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="18733919001">
	<p><strong>Normal Mode</strong>&nbsp; ระบบจะปรับสมดุลการใช้พลังงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ</p>
	</li>
</ul>

<h2 plerdy-tracking-id="87073720401"><span style="color:#800080;">รถไฮบริดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง?</span></h2>

<p>การทำงานของรถไฮบริดคือการอาศัยระบบที่ซับซ้อนกว่ารถยนต์ทั่วไป เพราะต้องผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในรถจึงประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายอย่างที่ทำงานประสานกันเพื่อรองรับการขับเคลื่อน การชาร์จพลังงาน และการควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ โดยสามารถจำแนกส่วนประกอบหลักๆ ได้ดังนี้</p>

<h3 plerdy-tracking-id="89631087501">1. มอเตอร์ไฟฟ้า</h3>

<p>มอเตอร์ไฟฟ้าในรถไฮบริดทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนล้อรถในช่วงที่ไม่ต้องใช้กำลังสูง เช่น การเริ่มออกตัวหรือการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ โดยพลังงานที่ใช้มาจากแบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ นอกจากนี้ มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มแรงขับในช่วงเร่งความเร็ว และสามารถเปลี่ยนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่กลับในขณะเบรกได้อีกด้วย</p>

<h3 plerdy-tracking-id="56859774801">2. เครื่องยนต์แก๊สโซลีน</h3>

<p>เครื่องยนต์แก๊สโซลีนเป็นแหล่งพลังงานแบบเดิมที่ใช้เชื้อเพลิงในการสร้างกำลังขับเคลื่อน โดยในระบบไฮบริด เครื่องยนต์จะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มสมรรถนะหรือทำงานแทนในช่วงที่ต้องการกำลังมาก เช่น การเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน และสามารถปั่นไฟเพื่อเก็บพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ในบางจังหวะ ช่วยให้ระบบสามารถทำงานได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ</p>

<h3 plerdy-tracking-id="29133382101">3. เจเนอเรเตอร์</h3>

<p>เจเนอเรเตอร์ในรถไฮบริดทำหน้าที่คล้ายไดชาร์จ โดยเปลี่ยนพลังงานกลจากเครื่องยนต์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำไปชาร์จแบตเตอรี่แรงดันสูง และในบางรุ่นยังสามารถทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อช่วยขับเคลื่อนในบางสถานการณ์ เจเนอเรเตอร์จึงมีส่วนช่วยให้ระบบพลังงานในรถไฮบริดหมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง</p>

<h3 plerdy-tracking-id="50553844801">4. ถังน้ำมัน</h3>

<p>ถังน้ำมันในรถไฮบริดมีหน้าที่จัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจ่ายให้กับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน แม้รถไฮบริดจะประหยัดพลังงานกว่า แต่ก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงในบางสถานการณ์ เช่น การเดินทางระยะไกล หรือการขับขี่ด้วยกำลังสูง ถังน้ำมันจึงยังคงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบบ</p>

<h3 plerdy-tracking-id="74021032501">5. แบตเตอรี่</h3>

<p>แบตเตอรี่ในรถไฮบริดคือแบตเตอรี่แรงดันสูง ทำหน้าที่จัดเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากการเบรก หรือจากเครื่องยนต์ผ่านเจเนอเรเตอร์ เพื่อนำไปใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้าในช่วงการขับขี่ โดยระบบจะควบคุมการชาร์จและจ่ายพลังงานโดยอัตโนมัติเพื่อให้เกิดความสมดุลสูงสุด ทั้งนี้แบตเตอรี่ในรถไฮบริดไม่จำเป็นต้องชาร์จผ่านปลั๊กไฟภายนอกเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ</p>

<h2 plerdy-tracking-id="12795173301"><span style="color:#800080;">อัปเดต! เทคโนโลยีในรถไฮบริดรุ่นใหม่</span></h2>

<p>ในปัจจุบันเทคโนโลยีรถไฮบริดได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการใช้งาน รถไฮบริดรุ่นใหม่จึงไม่ได้มีเพียงระบบขับเคลื่อนที่ผสมผสานระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ในทุกด้าน&nbsp;</p>

<p>ต่อไปนี้คือเทคโนโลยีเด่นที่มักพบในรถไฮบริดรุ่นใหม่ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ</p>

<h3 plerdy-tracking-id="42898810601">ระบบไฮบริดแต่ละประเภท</h3>

<p>รถไฮบริดไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว แต่ถูกพัฒนาให้มีหลายระบบเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ขับขี่ในแต่ละระดับ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่</p>

<h4 plerdy-tracking-id="56887965801">1. Full Hybrid</h4>

<p>Full Hybrid หรือเรียกอีกชื่อว่า Strong Hybrid เป็นรถยนต์ไฮบริดใช้ระบบแหล่งพลังงานที่สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว หรือใช้ทั้งสองระบบร่วมกัน โดยระบบจะเลือกใช้แหล่งพลังงานอย่างอัตโนมัติตามลักษณะการขับขี่ เช่น ขับในเมืองด้วยความเร็วต่ำอาจใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<h4 plerdy-tracking-id="47027455001">2. Mild Hybrid (MHEV)</h4>

<p>Mild Hybrid เป็นระบบที่เสริมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กเข้าไปช่วยในการสตาร์ตเครื่องยนต์หรือเร่งความเร็ว แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ โดยระบบนี้ยังคงพึ่งพาเครื่องยนต์เป็นหลัก แต่ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ในบางจังหวะ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นและปล่อยมลพิษน้อยลง</p>

<h4 plerdy-tracking-id="62062569301">3. Plug-in Hybrid (PHEV)</h4>

<p>Plug-in Hybrid เป็นระบบที่สามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่จากแหล่งภายนอก เช่น ชาร์จจากปลั๊กไฟบ้านได้โดยตรง แบตเตอรี่มีขนาดใหญ่และสามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ในระยะทางที่ไกลกว่าระบบ Full Hybrid เมื่อพลังงานไฟฟ้าหมดระบบจะสลับไปใช้เครื่องยนต์ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถชาร์จไฟได้สม่ำเสมอ และต้องการลดการใช้น้ำมันอย่างจริงจัง</p>

<h3 plerdy-tracking-id="94317984201">แบตเตอรี่ในรถไฮบริด</h3>

<p>แบตเตอรี่ที่ใช้ในรถไฮบริดคือแบตเตอรี่แรงดันสูงประเภทลิเธียมไอออน หรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ โดยทำหน้าที่จัดเก็บพลังงานไฟฟ้าจากระบบ Regenerative Braking หรือจากเจเนอเรเตอร์ เพื่อจ่ายให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนรถ ทำให้ลดภาระของเครื่องยนต์ ช่วยให้ระบบรถยนต์ไฮบริดเลือกใช้แหล่งพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ลดการปล่อยมลพิษ และทำให้การขับขี่ราบรื่นยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กชาร์จในกรณีของระบบ Full Hybrid และ Mild Hybrid</p>

<h2 plerdy-tracking-id="41789374901">ประโยชน์ของรถไฮบริดต่อสิ่งแวดล้อม</h2>

<p>ในยุคที่ปัญหามลภาวะทางอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก รถไฮบริดคือหนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีที่ผสานพลังงานไฟฟ้าเข้ากับเชื้อเพลิง ทำให้เกิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และลดการปล่อยมลพิษในหลายด้าน รวมถึงมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย ดังนี้</p>

<ul>
	<li plerdy-tracking-id="88760654201">
	<p>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อน</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="70670587101">
	<p>ลดมลพิษทางอากาศ เช่น ควันดำและไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ที่ส่งผลต่อสุขภาพ</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="99299102201">
	<p>ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="79912007701">
	<p>ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดจากการชาร์จไฟฟ้า (ในกรณี Plug-in Hybrid)</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="78201006701">
	<p>ลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="58558132301">
	<p>ช่วยลดความต้องการใช้น้ำมันในระยะยาว ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ</p>
	</li>
</ul>

<h2 plerdy-tracking-id="91049838501">เปรียบเทียบรถไฮบริดกับรถยนต์ประเภทอื่น</h2>

<p>แม้รถไฮบริดจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่หลายคนยังลังเลการเลือกระหว่างรถไฮบริด รถยนต์น้ำมันแบบเดิมและรถยนต์ไฟฟ้า เพราะอาจมีคำถามว่ารถไฮบริดประหยัดจริงไหม? แต่ละประเภทมีจุดเด่น จุดด้อย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างไร สามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้</p>

<h3 plerdy-tracking-id="99792366601">รถไฟฟ้ากับรถไฮบริด</h3>

<p>รถไฟฟ้า (EV) และรถไฮบริด (Hybrid) คือเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์ด้านความประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม แต่มีความแตกต่างกันในหลายด้านที่ควรพิจารณา ดังนี้</p>

<ul>
	<li plerdy-tracking-id="81160247701">
	<p><strong>รถไฟฟ้า</strong> ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลย การขับเคลื่อนเงียบและไม่ปล่อยมลพิษ แต่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ผ่านระบบไฟฟ้าภายนอก จึงเหมาะกับผู้ที่สามารถเข้าถึงจุดชาร์จได้สะดวก เช่น การใช้งานในเมืองหรือการชาร์จที่บ้าน</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="18061696701">
	<p><strong>รถไฮบริด</strong> ใช้ทั้งเครื่องยนต์น้ำมันและมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน โดยระบบจะเลือกใช้พลังงานอย่างเหมาะสมโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือไม่ต้องชาร์จไฟจากภายนอก (ยกเว้น Plug-in Hybrid) และสามารถเติมน้ำมันเพื่อเดินทางต่อได้ทันที จึงเหมาะกับผู้ที่เดินทางไกลบ่อย หรือยังไม่สะดวกกับโครงสร้างพื้นฐานของรถไฟฟ้า</p>
	</li>
</ul>

<h3 plerdy-tracking-id="92473418201">รถธรรมดากับรถไฮบริด</h3>

<p>เปรียบเทียบรถไฮบริดกับรถยนต์ธรรมดาแบบเดิมที่ใช้เครื่องยนต์น้ำมันและยังคงได้รับความนิยม เพราะใช้งานง่ายและคุ้นเคย ส่วนรถไฮบริดถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดมลพิษ ซึ่งทั้งสองแบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้</p>

<ul>
	<li plerdy-tracking-id="21367249701">
	<p><strong>รถธรรมดา</strong> หรือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์น้ำมันเพียงอย่างเดียว ถือเป็นรูปแบบเดิมที่พบได้ทั่วไป มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่ารถไฮบริด ระบบการทำงานเข้าใจง่าย ซ่อมบำรุงได้ในศูนย์บริการทั่วไป เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการระบบซับซ้อน</p>
	</li>
	<li plerdy-tracking-id="17064282201">
	<p><strong>รถยนต์ไฮบริด</strong> เพิ่มแหล่งพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะในการขับขี่ในเมืองหรือช่วงรถติด และยังช่วยลดการปล่อยมลพิษในอากาศได้อีกด้วย แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่ารถธรรมดา แต่ในระยะยาวมีแนวโน้มช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้ชัดเจน</p>
	</li>
</ul>

<h2 plerdy-tracking-id="49054850801"><span style="color:#800080;">เลือกซื้อรถไฮบริดคุ้มค่าไหม?</span></h2>

<p>รถไฮบริดถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อต้องจ่ายแพงขึ้น คำถามคือคุ้มค่าหรือไม่?</p>

<h3 plerdy-tracking-id="43415793501">ราคาซื้อเริ่มต้นสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป</h3>

<p>รถไฮบริดคือรถที่มีต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเดิม เพราะใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่า ทั้งระบบมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แรงดันสูง และชุดควบคุมพลังงาน ทำให้ราคาของรถไฮบริดแพงกว่ารถทั่วไป ทั้งนี้ ผู้ผลิตบางรายเริ่มมีการปรับราคาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และบางรุ่นอาจได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ เช่น ส่วนลดภาษี เพื่อจูงใจให้หันมาใช้รถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>

<h3 plerdy-tracking-id="27980815701">ค่าซ่อมบำรุงและอะไหล่</h3>

<p>รถยนต์ไฮบริดมีแหล่งพลังงานที่ผสานทั้งเครื่องยนต์น้ำมันและมอเตอร์ไฟฟ้า การซ่อมบำรุงจึงต้องใช้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าซ่อมมีราคาสูงกว่ารถทั่วไป อะไหล่บางชิ้น โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่แรงดันสูงอาจมีต้นทุนสูงและอาจต้องใช้เวลานานในการสั่งนำเข้า ในกรณีที่ไม่ใช่รุ่นยอดนิยม&nbsp;</p>

<p>แต่ในระยะยาวรถไฮบริดมักมีอัตราการสึกหรอของเครื่องยนต์ต่ำกว่ารถธรรมดา และมีรอบการเข้าศูนย์ที่ยาวนานกว่า จึงช่วยลดภาระการบำรุงรักษาในภาพรวมได้ระดับหนึ่ง</p>

<h3 plerdy-tracking-id="90125254601">อัตราการประหยัดน้ำมัน</h3>

<p>รถยนต์ไฮบริดประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้า ในช่วงความเร็วต่ำหรือออกตัว รถจะใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ขณะที่การเบรกหรือชะลอความเร็วจะแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บกลับสู่แบตเตอรี่ เมื่อต้องการความเร็วสูง ระบบจะทำงานร่วมกันทั้งสองส่วนอย่างเหมาะสม และที่สำคัญเมื่อรถหยุดนิ่งเครื่องยนต์จะดับอัตโนมัติ ทำให้รถยนต์ไฮบริดเป็นตัวเลือกที่ประหยัดเชื้อเพลิงโดดเด่นในสภาพการจราจรติดขัดที่มีการหยุดและออกตัวบ่อยๆ</p>

<h2 plerdy-tracking-id="20083827101"><span style="color:#800080;">สรุป</span></h2>

<p>รถไฮบริดคือนวัตกรรมยานยนต์ที่ผสานพลังงานจากเครื่องยนต์น้ำมันและมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ แม้จะมีราคาซื้อเริ่มต้นสูงและระบบที่ซับซ้อนกว่า แต่ในระยะยาวสามารถประหยัดค่าน้ำมันและลดค่าบำรุงรักษาได้อย่างคุ้มค่า เหมาะกับผู้ใช้งานในเมืองหรือผู้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</p>

<p>CR&nbsp; :&nbsp;&nbsp;<a href="https://www.autobacs.co.th/th/blogs/074eb493-55e5-45fe-b190-26ba1816c043/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89">https://www.autobacs.co.th</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/2026011950924db51a57f48adc100baf4dbd4071115839.jpg' type='image/jpg' length='168977' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประชามติ]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/465879</link>
<guid isPermaLink="false">6b8f45e91822c9295333a3cd038d9aa5</guid>
<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 13:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h2>ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองเองได้ผ่านกระบวนการทำประชามติ โดยไม่ต้องพึ่ง สส./สว.</h2>

<p>ความหมายของ <strong>ประชามติ (Referendum)</strong> คือ มติของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่แสดงออกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือที่ใดที่หนึ่ง อีกนัยหนึ่งคือ มติของประชาชนที่รัฐให้สิทธิออกเสียงลงคะแนนรับรองร่างกฎหมายสำคัญที่ได้ผ่านสภานิติบัญญัติแล้ว หรือให้ตัดสินในปัญหาสำคัญในการบริหารประเทศ</p>

<p>การออกเสียงประชามติ เป็นกลไกที่ตั้งอยู่บนหลักประชาธิปไตยทางตรงสมัยใหม่ (Modern Direct Democracy) โดยปกติ แม้ประชาชนสามารถแสดงความเห็นหรือปราถนาได้ว่าอยากเห็นการเมืองเป็นแบบใดแต่ในความเป็นจริงภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน (Representative democracy) ผู้มีอำนาจตัดสินใจท้ายสุดกลับเป็นบรรดานักการเมืองในฐานะผู้แทนราษฎร (สส.)&nbsp;</p>

<p>สส. หรือ พรรคการเมืองที่สังกัดก็ดีอาจใช้วิธีการต่าง ๆ ในการเอื้อประโยชน์ต่อตนเองหรือแก่พรรคซึ่งทำให้การใช้อำนาจเหล่านั้นไม่ตรงกับเจตนาของประชาชนส่วนใหญ่หรือแม้ว่า สส. มีเจตนาบริสุทธิ์ก็ตาม&nbsp;แต่ประชาชนมีส่วนในการเป็นเจ้าของประเทศมีผลได้ผลเสียด้วยต่อการตัดสินใจของพวกเขา ดังนั้น การออกเสียงประชามติ จึงเสมือนเป็นการคืนอำนาจอธิปไตยชั่วคราวให้ประชาชนทั่วไปทุกคนได้ใช้สิทธิออกเสียงชี้ขาดว่าจะให้ความ &ldquo;เห็นชอบ&rdquo; หรือ &ldquo;ไม่เห็นชอบ&rdquo; <strong>ในเรื่องที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้</strong> เช่น การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ&nbsp; โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้ง&nbsp;</p>

<p>หลักการสำคัญของการออกเสียงประชามติ ประกอบไปด้วย&nbsp;</p>

<ol>
	<li>เรื่องที่จะจัดทำประชามติต้องมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกี่ยวกับตัวบุคคล</li>
	<li>ข้อความที่จะขอความเห็นต้องชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถตัดสินใจว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในเรื่องนั้น ๆ ได้</li>
	<li>ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เห็นชอบและไม่เห็นชอบในเรื่องที่จะจัดทำประชามติได้แสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน</li>
	<li>ต้องจัดให้มีการลงคะแนนออกเสียงประชามติโดยอิสระ</li>
	<li>ต้องนำผลการออกเสียงประชามติไปดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนผู้มาออกเสียงประชามติ</li>
</ol>

<h2>ประชามติ 59 ต้นกำเนิดอำนาจสว.เลือกนายก&nbsp;</h2>

<p>การออกเสียงประชามติของประเทศไทย เกิดขึ้นไม่บ่อยนักจนอาจทำให้หลายๆ คนไม่คุ้นชินกับกระบวนการดังกล่าว ล่าสุดกระบวนการ<a href="https://workpointtoday.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%812559/">ประชามติครั้งใหญ่ในไทยเกิดขึ้นเมื่อปี 2559</a> เป็นการออกเสียงประชามติเพื่อรับรองรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งบรรยากาศของการทำประชามติในขณะนั้นมีทั้ง<a href="https://www.ilaw.or.th/articles/4440">ปัญหาและอุปสรรค</a>หลายประการจากรัฐบาลทหาร รวมทั้งยังปิดกั้นไม่ให้มีการรณรงค์ของฝั่งผู้ที่ไม่เห็นด้วยร้ายแรงไปจนถึงจับกุมกลุ่มคนดังกล่าว</p>

<p>การออกเสียงประชามติปี 2559 มีประชาชนคนไทยทั่วประเทศมาใช้สิทธิทั้งสิ้น 29,740,677 คน คิดเป็น 59.4% ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 50.07 ล้านเสียง โดยในการออกเสียงประชามติครั้งนี้ มีคำถามที่ประชาชนผู้มีสิทธิต้องตอบทั้งสิ้น 2 ข้อ ได้แก่</p>

<p>1. การรับรองร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะ &ldquo;ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช &hellip; ทั้งฉบับ&rdquo;</p>

<p>2. การให้ความเห็นชอบ<a href="https://ilaw.or.th/node/4195">คำถามพ่วง</a> ว่าจะให้ สว. มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่&nbsp;</p>

<p>ซึ่งผลปรากฎว่าผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่ 15,132,050 คน (58.07%) เห็นด้วยกับการให้ สว. มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ในขณะที่เสียงส่วนน้อย 10,926,648 คน (41.93%) ไม่เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าวนี้&nbsp;</p>

<p>ผลสืบเนื่องจากในอดีตส่งผลถึงปัจจุบัน เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับประเด็นดังกล่าว จึงกลายเป็นที่มาทำให้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 บัญญัติบทเฉพาะกาลไว้ในมาตรา 272 ให้การเลือกนายกรัฐมนตรีต้องกระทำโดยมติของสภาร่วม (สส. + สว.) หรือก็คือให้ สว. มีสิทธิร่วมเลือกนายกฯ ด้วย</p>

<p>อย่างไรก็ตาม การออกเสียงประชามติของประชาชนที่จะสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนได้นั้น ประชาชนจะต้องได้รับข้อมูลข่าวสารประกอบการตัดสินใจอย่างครบถ้วนและถูกต้อง คำถามที่ออกมาเพื่อสอบถามประชาชนนั้นจะต้องมีความชัดเจน และผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ควรจะมีโอกาสในการแสดงออกและรณรงค์อย่างเต็มที่โดยไม่มีการปิดกั้นจากภาครัฐ</p>

<p>ปัจจุบันกฎหมายที่รับรองอำนาจให้มีการจัดทำประชามติ คือ <a href="https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/059/T_0001.PDF">พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564</a>&nbsp;โดยกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดูแลจัดการควบคุมให้เป็นไปอย่างสุจริต เสรี เสมอภาคและชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง ระบุกรณีต่างๆ ที่สามารถทำประชามติได้ ดังนี้&nbsp;</p>

<ol>
	<li>ประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256</li>
	<li>ประชามติเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุอันสมควร</li>
	<li>ประชามติตามที่กฎหมายกำหนด</li>
	<li>ประชามติกรณีที่รัฐสภามีมติเห็นควร</li>
	<li><a href="https://www.ilaw.or.th/articles/6152">ประชาชนเข้าชื่อ 50,000 </a>ชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบทำประชามติ</li>
</ol>

<p>ทั้งนี้ การทำประชามติในเรื่องใดก็ตามจะเป็นกรณีที่ทำแล้วส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้ไม่ได้&nbsp;</p>

<h2>ไม่ได้มีแค่ &ldquo;ประชามติ&rdquo; ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองได้โดยตรงอีกหลายทาง&nbsp;</h2>

<p>ในต่างประเทศกระบวนการการออกเสียงประชามติก็ถูกนำมาใช้เพื่อหยั่งเสียงถามความเห็นประชาชน เช่น <a href="https://www.ilaw.or.th/articles/2025">ประเทศสวิสเซอร์แลนด์</a> ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอทำประชามติทั้งในประเด็นที่รัฐธรรมนูญกำหนด , เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงคัดค้านกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา ซึ่งในปี 2564 หลังจากที่ <a href="https://thematter.co/brief/160624/160624">กฎหมายสมรสเท่าเทียม</a> ไม่สามารถผ่านได้เพราะถูกต่อต้านจากฝั่งอนุรักษ์นิยม จึงเป็นเหตุให้ต่อมามีการจัดทำประชามติขึ้น ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการรับรองประชามติจากชาวสวิสเซอร์แลนด์ราว 2 ใน 3 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่โหวตเห็นชอบให้การสมรสเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย</p>

<p>ทั้งนี้ ในประเทศไทย กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำหนดทิศทางของประเด็นทางการเมืองไม่ได้มีอยู่แค่การทำประชามติ แต่ยังมีอีกหลายช่องทาง เช่น</p>

<ul>
	<li><a href="https://www.ilaw.or.th/articles/4735">การเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชน</a>&nbsp; โดยประชาชนจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด (ร่างพระราชบัญญัติ ต้องไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ) เข้าชื่อเพื่อเสนอหรือแก้ไขกฎหมาย</li>
	<li><a href="https://www.senate.go.th/assets/portals/93/fileups/272/files/S%E0%B9%88ub_Jun/9legal/legal16.pdf">การทำประชาพิจารณ์ </a>เป็นกระบวนการที่หน่วยงานรัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนริเริ่มกระบวนการอื่นๆ ในการจัดทำโครงการของรัฐ เพื่อให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการดำเนินนโยบายหรือการออกกฎหมายได้แสดงความคิดเห็นทั้งในเชิงสนับสนุนหรือคัดค้าน เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐที่จะมีหน้าที่นำทุกความเห็นไปดำเนินการใช้ดุลยพินิจหาสมดุลระหว่างผลประโยชน์และผลเสียของประชาชนที่จะเกิดจากการกระทำของรัฐ</li>
</ul>

<p><strong>อ้างอิง&nbsp;</strong></p>

<ol>
	<li>เลิศศักดิ์ ต้นโต,&nbsp;<a href="http://library.nhrc.or.th/ulib/document/Fulltext/F13478.pdf">ความหมาย หลักการสำคัญของการออกเสียงประชามติ (Referendum)</a></li>
	<li>รองศาสตราจารย์ ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และ ชาย ไชยชิต, <a href="https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/244631">การออกเสียงประชามติ: กระบวนการประชาธิปไตยทางตรงสมัยใหม่</a></li>
	<li>
	<div data-oembed-url="https://www.ilaw.or.th/">
	<div>
	<div style="left: 0; width: 100%; height: 140px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/AncsC54W?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
	</div>
	<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
	</div>

	<p>&nbsp;</p>
	</li>
</ol>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/2026011537156e78f84f03bb4cdbfaa94aa69c3e135625.jpg' type='image/jpg' length='135871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภท ต่างกันยังไง]]></title>
<link>https://trang.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/455149</link>
<guid isPermaLink="false">5c457595b1b59c5ccbb2c2765cc4e25c</guid>
<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 11:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละประเภท ต่างกันยังไง</strong></p>

<p>การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีหลายประเภท ซึ่งต่างกันทั้งในเรื่องของความเร็วในการชาร์จ อุปกรณ์ที่ใช้ และแรงดันไฟฟ้า โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้:</p>

<p><strong>1. ชาร์จแบบ AC (Alternating Current) หรือ &quot;ชาร์จธรรมดา&quot;</strong></p>

<ul>
	<li><strong>ชื่อเรียกอื่น</strong>: Mode 2 / Mode 3 / Level 1 / Level 2 (ขึ้นอยู่กับมาตรฐาน)</li>
	<li><strong>จุดชาร์จที่ใช้</strong>: ปลั๊กบ้าน (Mode 2) หรือ Wallbox (Mode 3)</li>
	<li><strong>ระยะเวลาในการชาร์จ</strong>: ประมาณ 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่)</li>
	<li><strong>กำลังไฟ</strong>: 2.3 &ndash; 22 kW</li>
	<li><strong>หัวชาร์จที่ใช้บ่อย</strong>
	<ul>
		<li>Type 1 (นิยมในญี่ปุ่นและอเมริกา)</li>
		<li>Type 2 (นิยมในยุโรปและไทย)</li>
	</ul>
	</li>
</ul>

<p>ข้อดี:</p>

<ul>
	<li>ติดตั้งง่าย ใช้ไฟบ้านได้</li>
	<li>เหมาะกับการชาร์จข้ามคืนที่บ้าน</li>
</ul>

<p>ข้อเสีย:</p>

<ul>
	<li>ชาร์จช้า ไม่เหมาะกับการเดินทางไกลหรือต้องการชาร์จเร่งด่วน</li>
</ul>

<p><strong>2. ชาร์จแบบ DC (Direct Current) หรือ &quot;ชาร์จเร็ว&quot;</strong></p>

<ul>
	<li><strong>ชื่อเรียกอื่น</strong>: Mode 4 / DC Fast Charging</li>
	<li><strong>จุดชาร์จที่ใช้</strong>: สถานีชาร์จรถ EV สาธารณะ</li>
	<li><strong>ระยะเวลาในการชาร์จ</strong>: ประมาณ 20-60 นาที (จาก 20% ถึง 80%)</li>
	<li><strong>กำลังไฟ</strong>: ตั้งแต่ 50 kW ถึง 350 kW</li>
	<li><strong>หัวชาร์จที่ใช้บ่อย</strong>:
	<ul>
		<li>CCS (Combined Charging System) &ndash; ยุโรป/อเมริกา</li>
		<li>CHAdeMO &ndash; ญี่ปุ่น (Nissan Leaf ใช้บ่อย)</li>
		<li>GB/T &ndash; จีน</li>
	</ul>
	</li>
</ul>

<p>ข้อดี:</p>

<ul>
	<li>ชาร์จไวมาก เหมาะกับการเดินทางไกล</li>
	<li>มีในสถานีบริการทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ</li>
</ul>

<p>ข้อเสีย:</p>

<ul>
	<li>ต้นทุนสถานีสูง</li>
	<li>อาจทำให้แบตเตอรี่ร้อนและเสื่อมเร็วกว่าชาร์จแบบ AC ถ้าใช้บ่อย</li>
</ul>

<p><strong>3. Ultra-fast DC Charging (หรือ Supercharger สำหรับ Tesla)</strong></p>

<ul>
	<li><strong>กำลังไฟ</strong>: สูงถึง 350 kW</li>
	<li><strong>เวลา</strong>: ชาร์จได้ประมาณ 80% ภายใน 15-30 นาที (ขึ้นอยู่กับรถที่รองรับ)</li>
</ul>

<p>เหมาะสำหรับ: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่รองรับการชาร์จแรงสูง เช่น Porsche Taycan, Tesla Model 3/Y เป็นต้น</p>

<p>สรุปง่าย ๆ:</p>

<table border="1" cellpadding="1" cellspacing="1" style="width: 500px;">
	<tbody>
		<tr>
			<td style="text-align: center;"><strong>ประเภทการชาร์จ</strong></td>
			<td style="text-align: center;"><strong>เวลาในการชาร์จ</strong></td>
			<td style="text-align: center;"><strong>เหมาะสำหรับ</strong></td>
			<td style="text-align: center;"><strong>กำลังไฟ (ประมาณ)</strong></td>
		</tr>
		<tr>
			<td style="text-align: center;">AC (ชาร์จช้า)</td>
			<td style="text-align: center;">6-12 ชม.</td>
			<td style="text-align: center;">ชาร์จที่บ้าน</td>
			<td style="text-align: center;">2.3 &ndash; 22 kW</td>
		</tr>
		<tr>
			<td style="text-align: center;">DC (ชาร์จเร็ว)</td>
			<td style="text-align: center;">20-60 นาที</td>
			<td style="text-align: center;">เดินทางไกล</td>
			<td style="text-align: center;">50 &ndash; 150+ kW</td>
		</tr>
		<tr>
			<td style="text-align: center;">Ultra-fast</td>
			<td style="text-align: center;">15-30 นาที</td>
			<td style="text-align: center;">รถรุ่นใหม่</td>
			<td style="text-align: center;">150-350 kW</td>
		</tr>
	</tbody>
</table>

<p>CR :&nbsp;<a href="https://www.eveasythailand.com/">https://www.eveasythailand.com/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.prd.go.th/th/file/get/file/2025121631e40aa9dc80fcbba5bc27bd407e0129110826.png' type='image/png' length='597036' />
</item>
</channel>
</rss>
